โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคร้ายที่รักษาไม่ได้

macular-degeneration

ตา จัดเป็นหนึ่งอวัยวะที่สำคัญมากสำหรับมนุษย์ เพราะคืออวัยวะที่จะทำให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ ซึ่งการที่คนเราจะมองเห็นอะไรได้อย่างชัดเจนนั้น ภาพที่เรามองเห็นจะเดินทางเข้าไปสู่ลูกตาของเรา ที่ต้องผ่านองค์ประกอบต่างๆ ของตา คือ กระจกตาและเลนส์แก้วตา จนไปสู่ที่จอประสาทตา ซึ่งจัดเป็นผนังชั้นในสุดของลูกตา ที่เป็นแหล่งที่ประกอบไปด้วยเซลล์ประสาทจำนวนมาก

โรคจอประสาทตา เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากจุดกึ่งกลางของการรับภาพที่มีความผิดปกติ โดยที่จะพบได้มากในช่วงอายุ 65 ปีขึ้นไป และจัดเป็นหนึ่งสาเหตุหลักที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่นั้นจะต้องตกอยู่ในสภาวะการสูญเสียการมองเห็น  โดยอย่างไรก็ตาม โรคนี้นั้นจะทำให้ผู้ที่เป็นสูญเสียการมองเห็นภาพในบริเวณกลางเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่ได้ถึงขั้นมองไม่เห็นสนิท หรือมืดสนิทไปเลยทีเดียว แต่จะยังสามารถมองเห็นในส่วนของข้างๆ ได้ ซึ่งผู้ที่เป็นมากๆ ก็จะยังใช้การมองเดห็นด้านข้างเพื่อดำเนินชีวิตตัวเองในต่อไป

ในส่วนของการรักษาโรคนี้นั้น จะมีด้วยกันอยู่ 2 วิธี ได้แก่

1.การรักษาด้วยเลเซอร์ การรักษาด้วยวิธีนี้จะเป็นการฉายแสงลงจอประสาทตา ที่จะช่วยยับยั้งและชะลอเส้นเลือดที่ผิดปกติ  ซึ่งในการรักษาด้วยการเลเซอร์ จะมีด้วยกัน 2 วิธี ซึ่งได้แก่

* Laser Photocoagulation เป็นการฉายแสงเลเซอร์ด้วยความร้อน ที่จะทำให้ชะลอการลุลามของเส้นเลือดที่ผิดปกติ ซึ่งการรักษาประเภทนี้จะทำให้เป็นแผล และสูญเสียการมองเห็นหลังทำการรักษาเสร็จ แต่ก็จะกลับมาดีขึ้นภายหลัง

* Photodynamic Therapy จะเป็นการรักษาด้วยการฉีดยาก่อนในขั้นแรก ที่มีคุณสมบัติเป็น Photosensitizer ในเส้นเลือด ซึ่งยาที่ฉีดจะผ่านไปในระบบไหลเวียนเลือด จากนั้นจึงเริ่มฉายแสงที่ไม่ได้ทำให้เกิดความร้อนในการรักษา ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้จะไม่ค่อยพบผลกระทบหลังการรักษา และผู้ที่เป็นในระยะริเริ่ม ก็อาจจะมีอาการที่ดีมากยิ่งขึ้น อาจมองเห็นได้มากขึ้นก่อนการรักษา

2.การรักษาด้วยการผ่าตัด จะเป็นการผ่าตัดวุ้นประสาทตา ที่จะเป็นการทำลายเส้นเลือดที่ผิดปกติออกจากจอประสาทตา ทั้งยังช่วยในการแก้ไขภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่เกิดขึ้น  แต่ในการรักษาด้วยวิธีแบบนี้ ผู้ที่รักษาจะสูญเสียการมองเห็นหลังจากที่ทำการรักษาเสร็จ ซึ่งจะเป็นอาการเดียวกับการรักษาแบบ Laser Photocoagulation

แต่ในการรักษาทั้ง 2 วิธีที่กล่าวมา จะไม่ได้ทำให้โรคจอประสาทเสื่อมหายขาด แต่จะเป็นการยับยั้งไม่ให้ลุกลามมากยิ่งขึ้น เช่น ก่อนรักษามองเห็นเท่าไหร่ หลังรักษาก็ยังคงมองเห็นเท่านั้นหรือดีกว่านั้นเพียงเล็กน้อย แต่ก็จะไม่แย่ไปกว่าเดิมอีกนั่นเอง